เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 2559 ทางผู้ประกาศข่าว “สํานักข่าวไทย TNAMCOT” ได้รายงานว่าตามกฎหมายไทย ประมวลกฎหมายอาญา ความผิดเกี่ยวกับเพศในเรื่องของการ “ข่มขืน” วางหลักไว้ในมาตรา 276 โดยสรุปคือ ผู้ใดข่มขืนกระทําชําเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กําลังประทุษร้าย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000-40,000 บาท
โดยถ้าผู้กระทำมีอาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด หรือเป็นลักษณะโทรมหญิง ต้องระวางโทษจำคุก 15-20 ปี และปรับ 30,000-40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต
อินเดีย
ซาอุดิอาระเบีย
อเมริกา และ แคนาดา
ฝรั่งเศส
เนเธอร์แลนด์
เกาหลีใต้
จีน
สิงคโปร
ที่มา : siamupdate.com
สไตล์เธอจริงๆเมื่อเห็นสาว “ชมพู่ อารยา“ ใส่ชุดของแบรนด์ Ashi Studio มาร่วมชมงานเดินแบบที่ปารีส เห็นแล้วทุกคนต่างบอกว่าเจ้าหญิงมาก แถมชุดกระโปรงยังมีความบานเล่นชั้นเลเยอร์ เรียกว่าอารยาสไตล์จริงๆ เราไปดูกันว่าจะสวยขนาดไหน
ที่มา : siamupdate.com
ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วย “หนุ่มเทพพิทักษ์” ออกมาพูดความรู้สึกคดี “ครูอิ๋ว” ถูกฆาตรใจหยาบฆ่าปาดคอ (ชมคลิป)
เรียกว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญที่หลายคนต่างออกมาแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ถึงคนร้ายลงมือฆ่าปาดคอ ‘ครูอิ๋ว’ หรือนางสาวจุฬารัตน์ โทวรรณา ครูอัตราจ้างอย่างโหดเหี้ยม ล่าสุดกนุ่มเทพพิทักษ์เอง ก็ออกมาพูดถึงเหตุการณ์ด้วย ระบุว่า รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสงสารฝ่ายแฟนครูอิ๋วที่ต้องมาพรากกัน
ที่มา : siamupdate.com
จากกรณีที่โลกโซเชียลมีการแชร์กันกระหึ่มว่า"ครูอิ๋ว"จุฬารัตน์ โทวรรณา ตั้งื้อง 2 เดือนก่อนที่จะถูกนายชาตรี ร่วมสูงเนิน ฆาตกรลงมือฆ่าปาดคอ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งบ้านทั้งเมืองนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากงานศพครูอิ๋ว ที่ศูนย์เรียนรู้ชุมชนหมู่บ้านต้นแบบสุขภาพดีวิถีพอเพียง บ้านบุ่งค้า หมู่ 3 หน้าวัดบ้านบุ่งค้า ต.พระธาตุ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด โดยนายปรัชญา โทวันนา อายุ 32 ปี พี่ชายของครูอิ๋ว ให้สัมภาษณ์ถึงข่าวลือดังกล่าวว่า ไม่เป็นความจริง เรื่องครูอิ๋วตั้งท้อง 2 เดือนเป็นเพียงข่าวลือ ไม่ใช่ความจริงเลย ตนเห็นมีการแชร์กันในอินเตอร์เน็ตและไลน์
"เรื่องนี้ทำให้ครอบครัวเสียใจมาก ทำไมไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิตเลย เรื่องครูอิ๋วท้องไม่มีข้อเท็จจริงเลย ทำไมต้องเอาเรื่องไม่จริงมาให้ร้าย พ่อแม่พี่น้องทุกคนก็เศร้าเสียใจอยู่แล้ว แต่กลับต้องมาเจอเรื่องแบบนี้อีก ขอให้เห็นใจทั้งคนตายและญาติๆที่อยู่กันด้วย"พี่ชายครูอิ๋วกล่าว (อ่านข่าว :"ชาตรี"พูดไม่สะท้าน ตั้งใจข่มขืน "ครูอิ๋ว" แต่ขัดขืนเลยฆ่า อ้างจะเข้ามอบตัวอยู่แล้ว(คลิป)
นอกจากนี้ นายปรัชญากล่าวว่า ตอนนี้ได้ปรึกษาเพื่อนคนหนึ่งแล้วว่าจะต้องเก็บหลักฐานภาพที่แชร์กันโพสต์กันว่าครูอิ๋วท้อง และคนที่เอาภาพศพครูอิ๋วไปโพสต์แบบไม่เซ็นเซอร์ คงต้องดำเนินคดีตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เพราะถือว่าไม่ให้เกียรติผู้เสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีเรื่องที่เพื่อนครูบอกว่าครูอิ๋วกับร.ต.ต.ธเนศ แก้วหาย แฟนหนุ่มมีโครงการจะแต่งงานกันอีก 2 ปีข้างหน้านั้น นายปริญญากล่าวว่า เรื่องนี้น้องสาวเคยมาเล่าให้ฟังว่าได้พูดคุยกับแฟนว่าจะแต่งงานกัน เป็นการพูดคุยกันสองคน เขาวางแผนชีวิตของพวกเขาไว้ แต่กลับมาเกิดเหตุสลดใจแบบนี้ขึ้น ทุกอย่างที่ทั้งคู่ตั้งใจไว้ก็พังลงทั้งหมด
ที่มา : siamupdate.com
มื่อวันที่ 5 ก.ค. สยามอัพเดทได้รับรายงานจากทางโซเชียล เพื่อนครู-นักเรียน และครอบครัวร่วมอาลัยการจากไปของนางสาวจุฬารัตน์ โทวรรณา อายุ 26 ปี หรือครูอิ๋ว ครูสอนวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ โรงเรียนแสงวิทยา อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ถูกนายชาตรี ร่วมสูงเนิน อายุ 21 ปี ผู้เช่าห้องอยู่ตรงข้ามเยื้องๆ กัน ใช้มีดปลายแหลมปาดคอเสียชีวิตคาห้องเช่า โดยทุกคนระบุว่าครูอิ๋วเป็นคนน่ารัก นิสัยดี และเป็นที่รักต่อเพื่อนครูและนักเรียน ซึ่งการเสียชีวิตของครูอิ๋วในครั้งนี้ สร้างความสะเทือนใจเป้นอย่างยิ่ง
ขณะที่สถานที่คนร้ายฆ่าปาดคอครูสาวนั้น เป็นห้องเช่าสองแถว มีแถวละ 5 ห้อง สองแถวก็ร่วมเป็น 10 ห้อง มีเช่าอยู่เต็มทั้ง 10 ห้อง ปรากฏว่าหลังเกิดเหตุฆ่าครูสาวที่ห้องหนึ่ง ทำให้มีหลายห้อง ต่างย้ายนี้ไปหาที่อยู่ที่อื่น จากจากมีคนเช่าอยู่ เต็มทั้ง 10 ห้อง เวลานี้ก็เหลือผู้เช่าอยู่แค่ 4 ห้อง โดยเจ้าของเตรียมทุบทิ้ง เพราะคนเช่าหลายคนบอกว่าจะย้ายไปเช่าที่อื่นอยู
ที่มา : siamupdate.com
กลายเป็นการสวนกระแสสังคมอย่างแรงเลยทีเดียว เมื่อนักข่าวได้สอบถาม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอขา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงกรณีที่มีผู้เสนอให้ลงโทษประหารชีวิต หลังฆาตกรโหดที่ฆ่าข่มขืนครูสาวที่สระบุรี โดยนายกได้ตอบว่า "ให้กลับไปดูทั่วโลกว่าเขาว่าอย่างไรอย่าไปคิดเอาเอง วันนี้อย่าลืมว่าเราอยู่กับกฎหมายโลก กฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน ทั่วโลกยกเลิกการประหารชีวิตกี่ประเทศแล้ว ของเราประหาร 3 ครั้งก็ยังแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ที่ผ่านมาก็ใช้ในทุกมาตราแล้ว ทั้งกฎหมายปกติ และมาตรา 44 ซึ่งไม่มีอะไรแรงไปกล่าวนี้ ก็ยังไม่กลัวกันเลย "
"ถ้าให้มีการประหารชีวิตก็คงต้องประหารสัก 3 ชาติ ถึงจะกลัว อย่ามาใช้กฎหมายจนเสพติด อย่าไปเสพติดกฎหมายจนไปสู่อำนาจ ไปสู่ผลประโยชน์ อย่าไปเสพติดแบบนั้น ขอให้ใช้ในเชิงสร้างสรรค์ ดีกว่า สังคมก็ต้องช่วยกันกดดัน นักข่าวก็ต้องช่วยกันประณาม สื่อต้องช่วยผมในการกดดัน คนที่ทำความผิดเหล่านี้ให้มันสงบ อย่าปล่อยให้มีปากมีเสียงอยู่ได้" นายกกล่าว
ที่มา : siamupdate.com
ใครๆ ก็รู้ว่า "การนอน" คือเรื่องสำคัญ มันช่วงเวลาที่เราโปรดปราน ช่วงเวลาที่มีความสุข ช่วงเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการนอนที่ทำให้เราได้ประโยชน์จากการนอนมากที่สุด ดีต่อสุขภาพมากที่สุด ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และคนมีคู่ คือการ "นอนแก้ผ้า"
หลายๆ คนอาจจะสงสัยแล้วว่าเพราะอะไร? ทำไม? จริงหรอ? เอาเป็นว่าวันนี้เราเอา 7 เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่จะบอกเราว่าทำไม "นอนแก้ผ้า" จึงมีประโยชน์กับคุณมากกว่า มาฝากกัน!
1.คุณจะนอนหลับได้ดีกว่า
จากการรายงานของ The American Academy of Sleep Medicine พบว่า ในตอนกลางคืนเวลาที่เรานอนนั้น อุณหภูมิของร่างกายของเราจะลดลง เมื่อหลับลึกขึ้น นี่คือส่วนหนึ่งของ Circadian Rhythm หรือ นาฬิกาชีวิตของร่างกายมนุษย์
เพราะฉะนั้น จริงๆ แล้ว การใส่เสื้อหรือชุดนอนนั้น เป็นการรบกวนกระบวนการปรับลดอุณหภูมิของร่างกายตามธรรมชาติ และทำให้เป็นการรบกวนการนอนอีกด้วย ซึ่งหากร่างกายของคุณถูกรบกวนในเรื่องการลดอุณหภูมิ คุณก็จะหลับยากขึ้นนั่นเอง
2.สำหรับคุณผู้หญิง..ยิ่งโปร่ง ยิ่งดีต่อบริเวณนั้น
Jennifer Landa, MD และนักเขียน The Sex Drive Solution for Women กล่าวว่า การนอนหลับไม่ใส่อะไรเลยสำหรับผู้หญิง จะดีต่อบริเวณนั้นของคุณอย่างมาก เพราะเท่าที่คุณพอจะรู้ว่า ส่วนนั้นจะชื้นได้ง่ายมาก และหากยิ่งชื้น ก็ยิ่งเป็นแหล่งเพาะเชื่อแบคทีเรีย รวมถึงยีสต์ได้ง่ายเช่นกัน เพราะฉะนั้น การไม่ใส่ชุดนอน จะช่วยให้เกิดการระบายอากาศได้มากที่สุด เพื่อสุขภาพบริเวณนั้นของคุณเอง
3.คุณจะรู้สึกว่าตัวคุณเอง…เซ็กซี่กว่าเดิม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีคู่ครองนอนอยู่ข้างๆ ด้วย การที่คุณนอนโดยที่ไม่ใส่อะไรเลยนั้น มันทำให้ตื่นเช้ามาคุณทั้งคู่จะรู้สึกเซ็กซี่ขึ้นมากกว่าเดิม และอาจจะพร้อมสำหรับกิจกรรมบนเตียงในตอนตื่นนอนเสียด้วยซ้ำ นอกจากนี้ การที่คุณรู้สึกว่าตัวเองเซ็กซี่มากขึ้น มาตามมาด้วยความรู้สึกมั่นใจขึ้น รู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นนั่นเอง
4.คุณจะรู้สึกสดชื่นมากกว่าปกติในเวลาตื่นนอน
ต้องลองวิธีนี้ดู แล้วคุณจะรู้ว่าคุณจะรู้สึกสดชื่นมากกว่าปกติในเวลาตื่นนอน! หากคุณไม่ใส่ชุดนอนนอนตอนกลางคืน มีความเป็นไปได้สูงมากที่เหงื่อคุณจะออกน้อยลงมาก เมื่อเทียบกับเวลาที่ใส่ชุด และนั่นทำให้คุณตื่นมาตอนเช้า บางทีคุณไม่ต้องอายน้ำไปทำงานเลยเสียด้วยซ้ำ
5.ลดขนาดหน้าท้อง!
จากรายงานที่ตีพิมพ์ใน the Huffington Post พบว่า ในระหว่างที่ร่างกายคนเราปรับลดอุณหภูมิลงในตอนกลางคืนนั้น ร่างกายเราจะเพิ่ม Growth Hormone หรือฮอร์โมนเจริญเติบโต และปรับลดฮอร์โมนคอร์ติซอลลง ซึ่งนำไปสู่การหลับที่ดีมากขึ้น โดยการนอนที่เพอร์เฟ็กที่สุดประกอบได้ด้วย 2 วัฏจักร คืออันแรก ช่วงที่ร่างกายฟื้นฟูจากการที่ระดับคอร์ติซอลลดลงมาก และสองร่างกายเพิ่มระดับของฮอร์โมนเหล่านี้เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันถัดไป แต่ถ้าร่างกายคุณถูกรบกวนการนอนจากชุดนอนนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ คอร์ติซอลจะถูกผลิตออกมามากขึ้นกว่าปกติ และส่วนที่เกินนั้น จะทำให้คุณอยากอาหารมากขึ้น และกินมากขึ้นนั่นเอง
6.คุณจะหลับสบายและยาวนานมากขึ้น
ถ้าคุณชอบตื่นนอนกลางดึกบอกๆ อาจจะเป็นเพราะรู้สึกไม่สบายตัวหรือคั่นเนื้อคั่นตัวใช่ไหม สาเหตุอาจเนื่องมาจากชุดนอนที่ใส่ไม่สบายตัวก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นอยากให้คุณลองแก้ผ้านอนจะทำให้รู้สึกโล่งโปร่งสบายไปทั่วร่างกาย การวิจัยแสดงให้เห็นว่าอาการนอนไม่หลับก็เกี่ยวข้องกับความผิดป???กติในเรื่องการควบคุมคุณหภูมิในร่างกาย เพราะโดยปกติแล้วร่างกายของเราจะต้องเย็นลงในเวลากลางคืน ซึ่งการที่เราสวมใส่เสื้อผ้าในขณะนอนหลับจะทำให้ร่างกายอบอุ่นจ???นทำให้เกิดความผิดปกตินั่นเอง ดังนั้นถึงแม้ว่าคุณอยากจะให้ร่างกายอบอุ่นแต่ถ้าอยากจะนอนหลับ???ให้สนิทละก็ลองเปลี่ยนมาแก้ผ้านอนดู
7.คุณจะรู้สึกสมองปลอดโปร่งในวันรุ่งขึ้น
ยังไม่มีหลักฐานหรือผลการวิจัยที่แน่นอน แต่อยากให้คุณลองสังเกตว่าวันต่อมาสมองของคุณจะรู้สึกปลอดโปร่ง อาจจะเป็นเพราะนอนหลับสนิท ร่างกายไม่มีเหงื่อออกในเวลานอน ดังนั้นตื่นขึ้นมาก็เลยรู้สึกสบายตัวและสบายใจ
8.ช่วยลดความกดดันที่สมอง
เมื่อลองนอนแก้ผ้าในเวลากลางคืนแล้ว คุณจะรู้สึกว่าร่างกายโล่งสบายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ดังนั้นความกดดันต่างๆก็จะหายไปทันที
เห็นข้อดีแบบนี้แล้วทำให้หลายคนก็อยากจะปลดเปลื้องเสื้อผ้า แล้วนอนทั้ง ๆ ที่ไม่ใส่เสื้อผ้ากันแล้วใช่ไหมล่ะ แต่แชร์ห้องนอนกับคนอื่นล่ะก็ขอแนะนำว่าอย่าทำเลยเนอะ ไม่งั้นละก็น่าอายน่าดูเลยเชียวล่ะ
ที่มา : siamupdate.com
ได้มีข่าวลือข่าวเล่าอ้างว่า ได้มีเด็กวัดหน้าตาดี สูงยาวเข่าดีช่วยพระเดินบิณฑบาต ทางผู้สื่อข่าวจึงได้เข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นฝรั่งหนุ่มชาวอเมริกันหน้าตาดี ชนิดที่สาวๆได้เห็นแล้วต้องเหลียวหลังจนคอแทบเคล็ดกันเลยทีเดียว ทางผู้สื่อข่าวจึงอยากรู้ว่าเหลียวหลังเนี่ย หล่อขนาดไหน!? จึงได้ตามไปดูถึงที่วัด
โดยฝรั่งคนดังกล่าวได้อยู่ที “วัดไสไทย” จ.กระบี่ มีนามว่า “Mr.Jarrod Lumley” อายุ 20 ปี ชาวรัฐแคลิฟอเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีชื่อไทยว่า ชนน หรือ นน พูดไทยได้นิดหน่อย ด้านหนุ่มฝรั่งได้บอกว่าเรียนวัฒนธรรมอยู่ ช่วงนี้เป็นช่วงหยุดพักก็เลยมาเที่ยวที่ จ.กระบี่
มาเรียนรู้ภาษาไทย และเคยมาแล้ว 3 ครั้ง รู้สึกชอบบรรยากาศที่วัดเพราะสงบดี และก็อยากจะศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมและวิถีความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นด้วย ก็เลยมาอาศัยวัดอยู่ ทุกเช้าจะติดตามพระที่ออกบิณฑบาต และจะช่วยทำงานทุกอย่างภายในวัด
ที่มา : siamupdate.com
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศิลปินตลกรุ่นใหญ่ "ดอน จมูกบาน" ได้เสียชีวิตลงอย่างสงบ เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ผ่านมา (2 ก.ค.) หลังเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งตับระยะสุดท้าย ที่ต่อสู้มายาวนานถึง 5 ปีเต็ม กระทั่งอาการเริ่มทรุดหนักลง ทีมแพทย์เฝ้าดูแลอาการอย่างใกล้ชิด
แม้ว่าทางครอบครัวยังคงหวังปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับ ดอน จมูกบาน แต่จากภาวะอาการที่ทรุดหนักลง เมื่อวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้ทางครอบครัวเริ่มจะทำใจเอาไว้บ้างแล้ว กระทั่งล่าสุด ดอน จมูกบาน ได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ด้วยวัย 69 ปี ซึ่งทางญาติจะมีการจัดพิธีทางศาสนาต่อไป
สำหรับ ดอน จมูกบาน หรือ นายเล็ก เพียรเกตวิทย์ เป็นศิลปินตลกที่เริ่มต้นมาจากคณะสี่สลึง ร่วมกัน ดู๋ ดอกกระโดน กับ ดี๋ ดอกมะดัน ก่อนที่จะถูกชักชวนเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งในคณะเด่นเด๋อเทพ ที่ผ่านมาเคยมีผลงานละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง ด้วยบุคลิกที่มีรูปร่างสูงและจมูกใหญ่ที่โดดเด่น ทำให้เขาได้รับฉายาว่า "จมูกบาน"
ทางทีมข่าวบันเทิง Sanook! News ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวเพียรเกตวิทย์ นับเป็นอีกหนึ่งความสูญเสียครั้งสำคัญของวงการบันเทิงและวงการตลก
ที่มา : siamupdate.com
รองอธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กำลังตรวจสอบกรณีเจ๊ไก่ ว่าจะมีความผิดเข้าข่ายการค้ามนุษย์หรือไม่ หลังนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี มาทำงานและพยายามนำเด็กเดินทางออกต่างประเทศ โดยมีข้อมูลจากชาวบ้านในจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่าเจ๊ไก่ชักชวนเด็กหญิงในหมู่บ้านชาวเขาเผ่าปกากะญอเพื่อนำไปส่งเรียนหนังสือพร้อมให้เงินกับผู้ปกครองเด็ก ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีผู้หญิงเดินทางมากับ เจ๊ไก่ จำนวน 6 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี 5 คน และอายุ 21 ปี 1 คน เมื่อช่วงปี 2551 - 2553
ที่มา : siamupdate.com
เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. รอกเกอร์คนดัง เสก โลโซ พร้อมด้วย กานต์ วิภากร อดีตภรรยา และไทเกอร์ ลูกชายคนโต ไปร่วมงานสยามดารา โดยสร้างความฮือฮาเป็นอย่างยิ่งที่คู่รักคู่ร้างคู่นี้มาออกงานและยืนถ่ายรูปพร้อมกัน
โดย เสก กล่าวว่า ครั้งแรกในรอบปีกว่า ที่มาออกงานพร้อมกัน เพราะตอนนี้ไม่ได้ทะเลาะกันแล้ว เมื่อถามว่า กลับมาคืนดีอยู่ด้วยกันแล้วหรือ เสกกล่าวว่า ยังไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่เป็นเพื่อนกัน และเป็นเรื่องที่ดีมากที่ไม่ทะเลาะกัน เพราะลูกโตขึ้นมากแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามกานต์ว่า ทำไมช่วงหลังโพสต์ในเฟซบุ๊คถึงอดีตสามีบ่อยครั้ง เพราะคิดถึงหรือเปล่า กานต์กล่าวว่า คิดถึงวันเก่าๆ และนี่เพิ่งเจอกันค่ะ ความรู้สึกพี่คือเป็นเพื่อนกันก็ยังดี เพราะต้องเลี้ยงลูกด้วยกัน
เมื่อถามว่า เรื่องคดีความทั้งหมดคุยกันแล้วหรือไม่ กานต์กล่าวว่า ตอนนี้นัดทานข้าวกัน ถ้าคุยกันรู้เรื่องก็ดี เรื่องคดีความด้วย จะได้ไปทำมาหากิน ไม่ต้องมาวุ่นวายเรื่องแบบนี้
เมื่อถามว่า มีโอกาสที่สองค่ายเพลงจะมาร่วมกันหรือไม่ เสกกล่าวว่า คงไม่มีหรอก แต่กานต์ก็พูดขึ้นว่า อย่ามาฟอร์ม เมื่อกี้ตอนที่ถ่ายรูปด้วยกัน ยังมาชวนรวมค่ายอยู่เลย เสกเป็นคนชวนเองด้วย ทำมาเป็นฟอร์ม
ที่มา : siamupdate.com
โปรตุเกสยังคงรักษาสถิติการเข้ารอบได้แม้จะยังไม่สามารถชนะทีมใดได้ในเวลาต่อไป 90 นาที หลังต่อเวลาเสมอกับโปแลนด์ 1-1 และดวลจุดโทษแม่นกว่าชนะไปด้วยสกอร์ 5-3 ทำให้พวกเขาผ่านเข้ารอบไปรอเจอผู้ชนะระหว่างเบลเยี่ยมกับเวลส์ต่อไป
ที่มา: http://www.clipfasthd.com/
ยอมรับว่ายังลืมไม่ลง ตัดรักเก่าไม่ขาด สำหรับนักแสดงชื่อดัง "ต่าย สายธาร นิยมการณ์" ที่เปิดใจหวนพูดถึงอดีตคนรักที่ล่วงลับไปนานกว่า 10 ปี อย่างหนุ่ม "อ๊อฟ อภิชาติ พัวพิมล" แม้ "ริว จิตสัมผัส" จะแนะนำวิธีให้ตัดคำสัญญาที่เคยบอกจะเป็นเนื้อคู่กันทุกภพทุกชาติ เพื่อให้วิญญาณของฝ่ายชายไปสู่สุคติ แต่ตนก็ยอมรับว่าลืมไม่ได้จริงๆ บอกไม่อยากโกหกความรู้สึกของตัวเอง มีโอกาสเจอสาวต่ายที่หวนกลับมารับงานแสดงในซีรีส์ I Sea U ณ สตูดิโอ Claylor เลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา เจ้าตัวได้เปิดใจถึงงานมูลนิธิอาสากู้ภัยที่ทำมายาวนานกว่า 17 ปีให้ฟังว่า...
"หายไป 3 เดือน เขาก็เริ่มถามว่าหายไปไหน (ยิ้ม) ถ่ายละครอยู่นะคะ ถามว่าจะกลับไปช่วยเหลืออีกไหม จริงๆชีวิตต่ายสแตนบายด์ 24 ชม. คงไม่ได้หลับปกติเหมือนชาวบ้าน มือถือก็เปิดไว้ตลอด ไม่ว่าใครจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือมีเหตุอะไร แล้วก็จะฟังวอด้วย ถ้ามีเหตุใกล้ๆก็จะออกไป เวลาออกไปก็ต้องพกถุงมือและกระเป๋าอุปกรณ์ในรถเตรียมไว้อยู่แล้ว"
"เริ่มต้นที่เข้ามาทำงานตรงนี้คือ ต้องขอบคุณพี่อ๊อฟ อภิชาติ เป็นคนพาเข้ามาทำ ถึงวันนี้ก็ย่าง 17 ปีแล้ว ตั้งแต่เราเริ่มเป็นอาสาก็ต้องขอบคุณทางมูลนิธิที่เมตตาและส่งต่ายให้เป็นเรียน EMTB คือเจ้าหน้าที่กู้ชีพที่โรงพยาบาลราชวิถีจนจบ เราก็ต้องเอาความรู้ที่มีออกมาใช้ เวลาเจอสถานการณ์จริงๆ ไม่เคยกลัวเลยค่ะ ถ้ามีคลิป ภาพอะไรที่หดหู่จะไม่ดูเลย ถ้าเป็นเหตุการณ์จริง ไส้ทะลัก เลือดไหล เราทำเพราะมันคือหน้าที่"
"คนไม่ค่อยได้รู้มุมการทำงานแบบนี้ของเราสักเท่าไหร่ เพราะส่วนมากจะอยู่ในรถ บางทีก็นอนในรถยันเช้า คนไม่ค่อยเห็นหรอก ส่วนมากจะออกเหตุตอนกลางคืน"
ล่าสุดเห็นโพสต์รูปพี่อ๊อฟไว้ "มันก็เป็นความรู้สึกคิดถึง เวลาถาม น้ำตาคลออย่างนี้ อย่างที่ไปออกรายการ "คนอวดผี" ริวก็ให้คำแนะนำมาว่าให้ตัด เราเป็นคนที่ไม่หลอกความรู้สึกของตัวเอง ไม่อยากหลอกคนอื่น ถามว่าตัดได้ไหม ตัดได้ แต่บางอย่างอยากจำมันกลับลืม อยากลืมมันก็จะจำ พอมาถามกระตุ้น ต่ายก็นึกตลอด เราก็ทำบุญให้ตลอดเหมือนกัน วันนี้จะเข้าไปหาแม่ แล้วก็จะบอกว่า เราจะไม่พูดแล้วว่าทุกภพทุกชาติ เราคิดว่ามันมีแต่ในละคร ไม่คิดว่ามันจะเกิดในชีวิตจริง ทั้งนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายเพราะมันเป็นเรื่องของความรู้สึกดีๆ มันไม่ได้มีผลกระทบอะไรต่อชีวิต ต่ายว่าพอมาคิดเรื่องไม่ตัดแล้วชีวิตเราจะทำงานไม่ได้หรือชีวิตจะแย่ ก็ไม่ใช่ มองในมุมนึงคือให้เขาได้ไปอยู่ในภาพภูมิที่ดี เราก็หวังอย่างนั้น แต่ใจส่วนลึกจริงๆ ต่ายตัดไม่ได้ ไม่โกหกค่ะ"
"ความรู้สึกก็เหมือนเขายังอยู่ใกล้ๆเรา แต่ไม่รู้ว่าเวลาเราไปหาพระแล้วพูดตัด เหตุการณ์หลังจากนี้แล้วเราจะลืมได้ไหม เป็นอย่างนี้มา 10 ปี แล้วจะลืมเหรอ มันเรื่องละเอียดอ่อนมากแต่ไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่มีบางคนบอกว่าเดี๋ยวเขาจะไม่ไปผุดไปเกิด ต่ายก็คุยกับแม่ว่าเราโกหกความรู้สึกตัวเองไม่ได้ เมื่อคืนแม่ก็ยังเอารูปอ๊อฟให้ดูอยู่"
"เรื่องคำสัญญา เราเคยให้ไว้ด้วยกันทั้งคู่ว่า "ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอเป็นเนื้อคู่กันทุกภพทุกชาติไป" ทุกวันนี้เวลามีแฟน เราก็ต้องบอกเขาว่าแฟนเราตายและต้องทำบุญให้ ถือเป็นความรู้สึกที่ดีและมันทำให้เรามีกำลังใจด้วยซ้ำ แฟนก็เข้าใจเพราะชื่อเขาก็เหมือนกันด้วย (ยิ้ม) เราก็ไปนั่งสมาธิ ทำวัตรเย็นและทำบุญให้อ๊อฟเหมือนกัน เราโชคดีตรงนี้ แต่อาจจะโชคร้ายตรงที่ต่ายมีโลกส่วนตัว อยากอยู่คนเดียว ไม่อยากมีแฟน"
ที่มา : siamupdate.com
เมื่อ เวลา 12.00 น. วันนี้ (30 มิ.ย.2559) นายเอกพล สุขเขียว อายุ 33 ปี และนางสาวนิศารัช สุขเขียว อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 2 ตำบลบางนาง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี พ่อและแม่ ของน้องพี อายุ 4 ขวบ เด็กนักเรียนชั้นอนุบาล 1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดบางนาง ได้โชว์รอยเขียวช้ำทั่วตัวน้องพีให้ผู้สื่อข่าวดู พบว่ามีรอยเขียวช้ำตามตัว และที่บริเวณหลังยังมีรอยถูกตีจนแดงช้ำ 3-4 รอย
พ่อ และแม่ของน้องพี เล่าว่า วานนี้ (29 มิ.ย.2559) หลังรับน้องพีกลับจากโรงเรียน พบว่าน้องพีมีอาการงอแง และร้องว่าไม่อยากไปโรงเรียนอีกแล้วเพราะถูกครูแอนตี พอเอาน้องพีไปอาบน้ำก็พบรอยเขียวช้ำทั้งตัว จึงรู้สึกตกใจมาก ทำไมถึงมาทำกับลูกตนเองแบบนี้ ขนาดตนเองเป็นพ่อแม่ลูกทำผิดยังไม่เคยตีขนาดนี้ น้องพีอายุแค่ 4 ขวบทำไมลงโทษกันขนาดนี้ เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.พานทองแล้วและจะเอาเรื่อง ครูแอนหรือนางสาวจิรภรณ์ ไทยเจริญ อายุ 31 ปี ให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับครูคนอื่นๆในการทำโทษเด็ก
ด้าน นางสาวนภาภัทร วงศ์มณีนิล อายุ 37 ปี ผอ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดบางนาง ตำบลบางนาง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี ได้เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้รับการประสานมาจาก สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาชลบุรีเขต 2 เกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว โดยจะมีการตั้งกรรมการสอบ แต่เบื้องต้นให้ครูแอน ซึ่งเป็นครูอัตราจ้างออกจากงานไว้ก่อน ทั้งนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กวัดบางนาง มีครูประจำ 3 คน ครูอัตราจ้าง 3 คน และมีเด็กเล็กในโรงเรียนเพียง 12 คน
ภาพ / ข่าว : มานพ กานต์ขจรเดช ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จ. ชลบุรี
ที่มา : siamupdate.com